bitcoin จะกำลังซ้ำรอยเหมือนวิกฤตปี 2017

นักวิชาการทางด้านการเงินกังวล bitcoin จะกำลังซ้ำรอยเหมือนวิกฤตปี 2017 สกุลเงินออนไลน์ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดรูปแบบของการลงทุน ในตัวเลือกและความเหมาะสมรูปแบบ ของสิ่งที่มีความหลากหลายในตัวเลือกกับองค์ประกอบที่ชัดเจน

ในตัวเลือกกับสิ่งที่เรียกว่าเต็มไปด้วย รูปแบบในแนวทางและความสำคัญไม่น้อยเพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่มีความยอดเยี่ยมในองค์ความรู้ กับรูปแบบที่เหมาะสมสิ่งเหล่านี้มันจึงเป็นอีกหนึ่งความจำเป็น ต่อความต้องการที่สามารถยืนยัน และชี้วัดและว่าจะเป็นอีกหนึ่งความหลากหลายที่เหมาะสม เป็นตัวชี้วัดได้ว่าจะต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะที่ตอนนี้นั้น มีนักวิชาการอย่าง จอช ยังเกอร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย ของบริษัทเงินชั้นนำอย่าง JP Morgan ที่มีการระบุว่าการซื้อขาย สกุลเงินดิจิตอล ในจำนวนล่าสุด นั้นทำให้ราคาของ bitcoin ร่วงลงกว่า 50% เลยด้วยซ้ำไปจากจุดสูงสุด ที่ปรากฏขึ้นนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นปรากฏการณ์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับวงการนี้ เมื่อปี 2017 ที่มีการแสดงอาการถอยในช่วงปลายกระทิง ก่อนที่จะทรุดตัวลงอย่างหนักนั่นเอง มูลค่าล่าสุดของสกุลเงินดิจิตอล

สำหรับมูลค่าล่าสุดของสกุลเงินดิจิตอล ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่น่าสนใจ อยู่พอสมควรเลยก็ว่าได้และดูเหมือน จะมีการผันผวนแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ในรอบปี 2017-2018 ที่มีราคาร่วงอย่างหนักแต่อย่างไรก็ตาม มีการขายตัวสุขาลงและมีความคลาย ในช่วงฟองสบู่แตกอีกด้วยและยังคงเป็นจุดที่มีความโดดเด่น ในส่วนผสมที่สำคัญไม่น้อย อีกทั้งยังดูเหมือนว่านักลงทุน กำลังเริ่มที่จะกระจายการลงทุนไปยังสกุลเงินอื่นๆ และดูเหมือนว่าจะมีการคลั่งไคล้มากยิ่งขึ้น ยังคงดำเนินต่อไปและนักลงทุนกับยิ่งซื้อสินทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นเดียวกัน

เสี่ยงฟองสบู่แตกเหมือนปี 2017 หรือไม่ ในช่วงปี 2017 มีการล่มสลาย ของวงการเงินคริปโตอย่างเห็นได้ชัด เป็นการเทขายสกุลเงินเดือนเก้าครั้งใหญ่ หลังจากที่เฟื่องฟูก่อนหน้านั้น โดยที่มีการระบุเพิ่มเติมและแตะระดับสูงสุดตลอดกาลในช่วงเวลานั้นในเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นก็มีการเทขาย จนทำให้ราคาตกลงไปถึง 45 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวท่ามกลางข่าวลือที่ว่าเกาหลีใต้ อาจจะห้ามซื้อขายในสกุลเงิน ดังกล่าวและทำให้ลดลงเพิ่มเติมไปอีก 12% สำหรับในตอนนี้ดูเหมือนว่า นักวิชาการเองก็ได้ ออกมาเตือนผู้ลงทุนด้วยเช่นเดียวกันให้จับตาดูให้ดีกับการผ่อนของเงิน

ดังกล่าวและวันที่จะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหมือนปี 2017 ที่ต้องเรียกว่าดูแลแล้วต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดว่า มันจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือผ่านเปลี่ยน แบบใดบ้างและดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่เรียกได้ว่า เป็นองค์ประกอบโดยรวมกับส่วนผสม และดูเหมือนว่าจะต้องเอาใจใส่ทางด้านการเงินและการลงทุน ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากดูดีๆแล้ว สาเหตุที่แท้จริงในช่วงปี 2017-2018 ที่เกิดการฟองสบู่แตกนั้นมาจากความกังวลในเรื่อง ของการสั่งห้ามซื้อขายเหรียญ ดังกล่าวที่เกาหลีใต้ ซึ่งเทียบจากการใช้คำสั่งห้ามขุดเหรียญดังกล่าวจากทางการจีน ในปัจจุบันนี้รวมไปถึงท่าทีของ อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าค่อนข้างที่จะไม่แน่นอน จึงทำให้ราคาดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง และมีการว่าจะทำให้สถานการณ์ ของเหรียญ ดังกล่าวและการลงทุนดังกล่าวนั้นตกต่ำลงอีกด้วย

Related posts