รีวิว ไบค์แมน 2 ประเด็นที่หล่นหายและมุกตลกบกพร่อง

ไบค์แมนศักรินทร์ตูดหมึก ถือเป็นหนึ่งในหนังไทยที่ทำเงินถล่มทลายในปี 2561 แบบเหนือความคาดหมาย เมื่อสิ้นสุดการฉาย หนังสามารถทำรายได้ทั่วประเทศได้เกิน 100 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสหนังไทยเรื่องอื่นๆที่ถือได้ว่าซบเซาอย่างหนักและหลายเรื่องก็เข้าขั้น “ขาดทุน”

พล็อตของไบค์แมนภาคแรก ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่าการที่ศักรินทร์ (พชร จิราธิวัฒน์) หนุ่มหน้าตาดีที่ทำงานเป็นวินมอเตอไซค์รับจ้างในกรุงเทพฯ เขาโกหกที่บ้านว่าตัวเองทำงานอยู่ในธนาคาร ทุกเช้าศักรินทร์จะแต่งตัวใส่เชิ้ตผูกเนคไทค์เพื่อนั่งรถไฟเข้ามาทำงาน แต่เมื่อถึงปลายทางเขาก็เปลี่ยนชุดและกระโดดไปคร่อมมอเตอไซค์เพื่อหาเงิน สิ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังภาคแรกที่ทำให้ไบค์แมนฯ เป็นมากกว่าหนังตลกโปกฮาขายเสียงหัวเราะ คือการที่หนังได้ใส่ประเด็นการแบกรับความคาดหวังของคนหนุ่มสาวจากบรรดาผู้ใหญ่ ในการกลายเป็นคนในวัยทำงานอีกทั้งยังพยายามทำตามความฝันของตัวเองโดยไม่ย่อท้อ หนังยังเผยให้เห็นถึงความล้มเหลวของตัวเอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชี้ให้เห็นว่าหลายครั้งโอกาสและจังหวะเวลาในชีวิตก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกเช่นกัน

ไบค์แมน 2 ในปี 2562 สานต่อ เรื่องราวหลังจากตอนจบของภาคแรกไม่นานนัก เมื่อศักดา (เต๋า สมชาย เข็มกลัด) พ่อแท้ๆของจ๋าย (ฝน ศนันธฉัตร) กำลังสงสัยว่าลูกสาวกำลังจะมีแฟน ทำให้ฉากเปิดเรื่องของหนังภาคนี้ถูกเล่าด้วยอารมณ์ตลกขบขันว่า จ๋ายให้ศักรินทร์ขี่รถมอเตอไซค์หนีพ่อของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นซีนตลกโปกฮาขายขำ แต่เมื่อมองลึกไปกว่านั้น นี่ถือเป็นซีนที่จัดได้ว่า จ๋ายกำลังทำให้พ่อของตัวเองและคนที่ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับอุบัติเหตุด้วยความไม่มีสติของคนหนุ่มสาว

เส้นเรื่องในหนังภาคนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ศักดาต้องการจะทำความรู้จักครอบครัวของศักรินทร์ ด้วยการเชิญพวกเขามาที่บ้านต่างจังหวัด แต่แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความวุ่นวายเมื่อเหล่าแก๊งตูดหมึก ทั้ง ปรีชา(ค่อม ชวนชื่น ) หลง (โรเบิร์ต สายควัน) รวมไปถึงสุรีย์(เจนนิเฟอร์ คิ้ม) แม่ของศักรินทร์ ต้องไปเผชิญหน้ากับศักดา จนกลายเป็นที่มาของความปั่นป่วน

น่าเสียดายที่หนังภาคนี้ เรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครไม่มีอะไรคืบหน้านัก ตัวละครศักดาเป็นตัวละครที่อ้างอิงมาจากคาแรกเตอร์ในชีวิตจริงของเต๋า สมชาย ยิ่งไปกว่านั้นแนวคิดแบบคลุมถุงชนของตัวละครศักดา ก็ดูเป็นตัวละคร “คุณพ่อหัวโบราณ” ในละครไทยช่วงเอาซะเหลือเกิน ยิ่งเมื่อเราพิจารณาว่าเขาทำงานในระดับเป็นเจ้าของเหมืองหินแล้ว หนังก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผลในแง่ระบบความคิดความอ่าน และเหมือนออกแบบตัวละครนี้มาเพื่อเอาไว้รับใช้การใส่ฉากแอ็คชั่นโครมครามในช่วงท้ายเรื่องเสียมากกว่า

ความเบาบางของประเด็นในหนังภาคนี้ แปรผันตรงกับมุกตลกที่ฝืดเฝือ วนเวียนอยู่กับเรื่องสังขารของตัวละคร และท้ายที่สุดแล้วไบค์แมน 2 ก็เป็นหนังที่เหมือนสร้างขึ้นมาแค่เพียงอยากจะโกยเงินจากคนดูอีกครั้งเท่านั้นเอง

Related posts